เทศน์เช้า

เทศน์เช้า

๒๑ มิ.ย. ๒๕๖๙

เทศน์เช้า วันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๙

พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

 

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

ตั้งใจฟังธรรมะ ธรรมะเป็นสิ่งที่หัวใจปรารถนานะ เพราะว่าอะไร เราเกิดมาเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ไง รัตนตรัย

เวลาบวชพระๆ สมมุติสงฆ์อยู่กับโลก บิณฑบาตเลี้ยงชีพไง

เราเกิดมาเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอน ทาน ศีล ภาวนา

เราแสวงหาเพื่อดำรงชีวิตของตนนะ เวลามันหิว โรคหิวเป็นโรคประจำชีวิต สัตว์เวลามันหิวมันกระหาย มันก็หาอยู่หากินของมัน เราเป็นมนุษย์ไง เรามีปัจจัยเครื่องอาศัย อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค ปัจจัย ๔

เวลาโรคหิวๆ มันหิวอยู่ทุกวัน กินวันละ ๓ มื้อ วันละ ๓ มื้อบรรเทาอาการหิว เวลามันอิ่มแล้วมันก็มีความสุขของมัน แต่หัวใจเวลามันทุกข์มันยาก มันเอาอะไรไปเติมมันให้มันหายทุกข์ล่ะ

เวลามันทุกข์มันยากขึ้นมา ไปวัดไปวาฟังธรรมและจำศีล จำศีลๆ จำศีลเพื่ออะไร

ดูสิ เวลาหนังจีน เขาจำศีล เขาฝึกหัดจนเป็นเซียนๆ แต่พระพุทธศาสนาไม่ใช่ พระพุทธศาสนาจำศีล ฝึกหัดทำสมาธิ ศีล สมาธิ ปัญญา

ถ้ามีสติมีปัญญาขึ้นมา เห็นไหม องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นพระอรหันต์ เป็นมนุษย์ เทวดา อินทร์ พรหมมาฟังเทศน์ไง หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านฝึกหัดปฏิบัติของท่านนะ ท่านไม่สนใจทางโลก ท่านฝึกหัดปฏิบัติเอาหัวใจของท่านให้ได้ก่อน

เวลาเอาหัวใจได้ก่อนแล้ว ท่านมาหาลูกศิษย์ลูกหาไง ลูกศิษย์ลูกหาไว้เป็นธรรมทายาท เป็นธรรมทายาทนะ ใช้ชีวิตเป็นปกติธรรมดาให้โลกเขาเห็นว่า พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เขาเป็นอย่างนี้

พระสงฆ์ๆ มีศีลมีธรรมอยู่ในวัดในวา แล้วเราไปวัดไปวาเป็นที่ทรงศีล ที่สงบสงัดไง คนที่เขาเป็นธรรมๆ ของเขา เข้าวัดเข้าวาเขาเคารพบูชา

ดูสิ สงกรานต์ๆ ก่อเจดีย์ทรายๆ นั่นน่ะ เพราะไปวัดไปวาแล้ว เศษดินเศษหินมันติดรองเท้าเราไปไง มันเป็นของของสงฆ์ ของของสงฆ์ ของสาธารณะ

เราเวลาวันสงกรานต์เขาก็ก่อเจดีย์ทราย เราเอาสิ่งที่เราติดเท้า ติดรองเท้าเรามาที่เราไม่รู้ตัวไปถวายคืนท่าน เพื่ออะไร เพื่อไม่เป็นบาปเป็นกรรมกันต่อไปไง

ไปวัดไปวา คนที่เป็นศีลเป็นธรรมเขาไปด้วยความเคารพบูชา เขาไปด้วยความสงบสงัดของเขา แล้วพยายามทำหัวใจของตนให้สงบสงัดขึ้นมา เห็นไหม สถานที่เป็นสัปปายะ

เวลาเราอยู่ทางโลกอึกทึกครึกโครม มันเป็นที่กระทบกระเทือนหัวใจทั้งนั้น เวลาไปวัดไปวาเป็นที่ทรงศีลๆ ถ้าเรามีศีล ที่ทรงศีลกับเรามีศีล ศีล ๕ ศีล ๘ ศีล ๑๐ ศีล ๒๒๗

ถ้ามีศีล มีศีลไว้ทำไม

สีเลน สุคตึ ยนฺติ สีเลน โภคสมฺปทา

มีศีลเพื่อความปกติสุขไง เวลามันเร่ามันร้อนขึ้นมา มีรั้วรอบขอบชิดไง ปาณาติปาตาฯ เราไม่ทำร้ายใครทั้งสิ้น อทินนาฯ เราไม่หยิบของใครทั้งสิ้น กาเมฯ เราไม่ยุ่งครอบครัวใครทั้งสิ้น โกหกมดเท็จ เราไม่พูดโกหกมดเท็จกับใคร แล้วก็ไม่โกหกตัวเองด้วย แล้วไม่เอาความมึนเมาเข้ามาในร่างกายของตน นี่ศีล ๕

ศีล ๘ ไม่นอนในที่สูงต่ำ

ไม่หยิบเงินทอง ไม่จับต้องมัน ชาตรูปรชตํ ของที่สงวนของแต่ละบุคคลไง

เงินบาทเดียว ถ้าผิดใจกัน ฆ่ากันได้

เวลาเงินๆ ทองๆ เวลาจี้ปล้นชิงทรัพย์เพื่อไปใช้หนี้การพนัน ติดหนี้พนันออนไลน์ ไปใช้ซื้อยาเสพติดแล้วไม่ได้เงินใช้เขา เขาจะมาเด็ดชีวิต อสรพิษน่ะ

เรามีศีลมีธรรมของเรา ถ้ามีศีล ๘ ศีล ๑๐ ศีล ๒๒๗ ศีล ๒๒๗ นะ สิ่งนี้มันเป็นของประจำโลก ถ้าเราเป็นธรรมๆ ขึ้นมา ของประจำโลก ปัจจัยเครื่องอาศัย เราก็อยู่กับโลกเขา

ใครมีอำนาจวาสนานะ ตรุษจีน ปีใหม่ เขาตั้งโต๊ะแจกๆๆ เพราะเขามีของเขา เขามีวาสนาด้วย แล้วเขามีน้ำใจด้วย ตรุษจีน ปีใหม่ ตั้งโต๊ะแจกๆๆ นี่เขาทำทานของเขา นั่นก็ทาน ทานคือสังคมไง ของเราสังคมมันเท่ากัน เวลาจิตใจของเรามันแข็งกระด้าง

ไปวัดไปวา ผู้ทรงศีลเขามีศีลนะ เครื่องแบบมันบอกไง นี่ผ้ากาสาวพัสตร์ ห่มผ้ากาสาวพัสตร์ เป็นศากยบุตร เป็นทายาทขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สมมุติสงฆ์ๆ ถ้าเขาทำใจเขาได้ เขาจะมีความปกติสุข สุขแบบวิมุตติสุข สุขแบบธรรม อยู่สงบสุข โคนไม้ เรือนว่าง ไม่ไปวอแวกับใคร

เราต้องแสวงหา สมัยหลวงปู่มั่นนะ ใครจะทำบุญต้องจ้างรถพาเข้าไป หนองผือมันเป็นเกวียนไง ไม่มีทางเข้า

เรื่องสังคม เรื่องโลกนะ มันเป็นเรื่องรัฐบาล เรื่องสังคมที่เขาจะปกครองดูแลกัน เรื่องการปฏิบัติธรรมๆ พระต้องเป็นผู้ชี้นำ ถ้าเป็นผู้ชี้นำ ไอ้สิ่งที่ปัจจัยเครื่องอาศัยมันเป็นโทษทั้งนั้นเลย

บิณฑบาตไม่ได้ดั่งใจก็คิดถึงบารมีของตน ห่มผ้ากาสาวพัสตร์แล้วจะให้เขาเชิดชูบูชา

คนเหมือนกัน ขี้เหม็นเหมือนกัน ใครจะบูชาใคร

เขาบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

เราเห็นพระ พระที่ว่าอลัชชีๆ ต่างๆ

เราตั้งใจของเรา นั่นเป็นเรื่องของเขา ตั้งใจถึงพระพุทธเจ้า พระธรรมที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบรรลุธรรม พระสงฆ์ๆ ที่ประพฤติดีงาม เราทำบุญตักบาตรเพื่อรัตนตรัย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์นั้น แต่ที่มาบิณฑบาต ที่เราจะใส่บาตรนี้เป็นตัวแทน เป็นตัวแทนที่เราจะได้สร้างบุญสร้างกุศลของเรา

ถ้าเราเห็นภาพอย่างนั้นนะ เราตัดมือตัดไม้เราเองไง

เราจะได้สร้างบุญสร้างกุศล หัวใจนะ เราใส่บาตรไป แล้วหัวใจมันเฟื่องฟูขึ้นไหม มันชื่นใจขึ้นไหม เราทำเพื่อเหตุนี้ไง หัด ฝึกหัดไง อาหารของใจๆ ไง ฟังธรรมๆ ก็เพื่อหัวใจดวงนี้ไง

แล้วถ้ามีอำนาจวาสนานะ เราตั้งกติกาของเรา ที่ไหนก็ได้ หายใจเข้านึกพุท หายใจออกนึกโธ

เวลาเราแสวงหาสิ่งนี้มา สิ่งที่เป็นทรัพย์สินของเรา เราเสียสละทานเป็นไทยทาน เราหายใจเข้านึกพุท เราหายใจออกนึกโธ

การฝึกหัดปฏิบัติแสนยาก มันยากตรงไหน

ยากตรงที่เริ่มต้นไม่ทำ ไม่กล้า ไม่แตะต้อง ทั้งๆ ที่ของอยู่กับเรา เกิดมาครั้งแรก หมอตำแยเขาตีก้นเลย ให้ร้องอุแว้ หายใจเองๆ

อยู่ในครรภ์มันหายใจผ่านสะดือจากพ่อจากแม่ อาศัยพ่ออาศัยแม่ อยู่ในครรภ์ ๙ เดือน คลอดออกมาแล้วต้องหายใจเอง

นี่เหมือนกัน เวลาเราทาน ศีล ภาวนา เราทำของเราได้ นี่เวลาทำทานๆ เวลาจะปฏิบัติ ของเราเองๆ เพราะลมหายใจอยู่กับปลายจมูกของเรา เรามีชีวิตเราถึงมีลมหายใจ

แล้วมีลมหายใจนะ หายใจทิ้งเปล่าๆ หายใจเพื่อดำรงชีวิตไง แต่ถ้าหายใจแล้วมีสติกำหนดลมหายใจด้วย เห็นไหม สมบัติของเรา อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ

ทุกคนหายใจเหมือนกัน แต่เขากำหนดพุทโธก็ไม่ใช่ของเรา เวลาลมพัดก็เรื่องของลม ลมปลายจมูก หายใจทิ้งเปล่าๆ ไง มีโอกาสแล้วไม่เอามาใช้เป็นประโยชน์ไง

ตั้งสติ อยู่กับลมหายใจเข้า ลมหายใจออก ถ้าเป็นธรรมเกิดๆ ไง เป็นส้มหล่นอย่างนี้ โอ้โฮ! มันสงบขึ้นมา มหัศจรรย์เลย “หลวงพ่อๆ นั่นมันอะไร หลวงพ่อๆ นั่นมันอะไร”

ก็ใจเอ็งไง ใจเอ็งปกติสุขไง ใจเอ็งดีงามขึ้นมาไง เห็นไหม

นี่ไง ฟังธรรมๆ เพื่อหัวใจดวงนี้ไง

ทาน ศีล ภาวนา

ทาน เราเห็นเป็นสัญลักษณ์ เราเห็นประเพณีวัฒนธรรม เราก็ทำตามกระแสสังคมได้ ไอ้ภาวนาๆ จะทำก็ไม่กล้า แล้วเวลาทำจริงๆ ขึ้นมาก็เป็นเหยื่อ เห็นคนเขาอึกทึกครึกโครม โอ้! นั่นปฏิบัติธรรม เหมือนเราเลย โลกทำได้

แต่เวลาพระกรรมฐานนะ ป่าช้า เรือนว่าง

โอ้โฮ! ไม่เอา กลัวผี มันเหงา

แต่เวลาถ้ามันสงบสุขขึ้นมานะ ยอดเยี่ยม สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มี แล้วหัวใจของเราแท้ๆ จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ นั่นน่ะคือตัวจริง ตัวจริงคือจิตวิญญาณของเรา

ตัวปลอม ตัวปลอมคือร่างกายนี้ไง เด็กๆ ขึ้นมาก็ โอ้โฮ! วิ่งเล่นหกล้มลุกคลุกคลานสบายมาก แก่เฒ่าขึ้นมาล้มไม่ได้นะ ล้มแล้วลุกไม่ขึ้นเลยล่ะ

ตัวปลอม เซลล์ร่างกายมันต้องพัฒนาตัวมันเอง ถึงที่สุดแล้วนะ มันก็ชราคร่ำคร่า ตัวปลอม

ตัวจริงคือใจของเรา ถ้าใจของเรา เห็นไหม ถ้าเราเกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา เราเป็นชาวพุทธ ทาน ศีล ภาวนา ทานก็เรื่องหนึ่ง เห็นไหม

เราเน้นย้ำตรงนี้ให้คนเห็นคุณประโยชน์

ทำทานร้อยหนพันหนไม่เท่ากับถือศีลบริสุทธิ์หนหนึ่ง ถือศีลบริสุทธิ์ร้อยหนพันหนไม่เท่ากับทำสัมมาสมาธิได้ครั้งหนึ่ง ทำสัมมาสมาธิได้ร้อยหนพันหนไม่เท่ากับเกิดภาวนามยปัญญาขึ้นหนหนึ่ง

ทำทานร้อยหนพันหนไม่เท่ากับถือศีลบริสุทธิ์หนหนึ่ง นี้เป็นบาลีนะ นี้เป็นธรรมะในพระไตรปิฎก เราเจอมา แล้วเห็นคุณค่า เห็นคุณค่าธรรมะพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าสอนไว้ไง

ทำทานร้อยหนพันหน พันหนๆๆ ไม่เท่ากับเราถือศีล ๕ บริสุทธิ์หนหนึ่ง ถือศีล ๕ ร้อยหนพันหนไม่เท่ากับทำสัมมาสมาธิได้หนหนึ่ง นี่พระพุทธเจ้าสอนไว้ในพระไตรปิฎก

แล้วเราจะย้ำๆๆ ให้เห็นคุณค่าของการกระทำ ให้เห็นคุณค่ากับหัวใจที่มันประพฤติปฏิบัติของมันขึ้นมา ให้เห็นคุณค่าว่าหัวใจมันฉลาดขึ้นมา

แล้วถ้าฝึกหัดปฏิบัติ เห็นเขาคนเยอะๆ เห็นเขาไปตามกัน ไม่ต้องไปกับเขา เพราะองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนไว้ชัดๆ ห้ามเชื่อ กาลามสูตร ห้ามเชื่อ

ไอ้คนเยอะๆ นั่นน่ะ ที่มันไปกันน่ะ เหยื่อทั้งนั้นน่ะ

เราก็ไปกับเขา แล้วฟัง จริงไม่จริง

ส่วนใหญ่แล้วมันไม่เป็นอย่างนั้นหรอก ส่วนใหญ่แล้วธรรมะนะ อยู่ในที่สมควรไง ของดีเขาเก็บไว้บนหิ้ง แล้วเราได้พระได้เจ้ามาก็ไปไว้บนหิ้ง

แต่เราหายใจเข้านึกพุท หายใจออกนึกโธ เราจะเห็นพระในใจ โอ้โฮ! พุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน พระพุทธเจ้าอยู่ที่นี่ พระพุทธเจ้า

มันรู้นะ รู้ขึ้นมาด้วยความปกติสุขอันนั้น แล้วทำยากไหม ยาก แต่เวลาทำไปแล้ว เห็นไหม พระพุทธเจ้าเวลาจะชนะมาร

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเวลาประพฤติปฏิบัติอยู่ พญามารยกกองทัพมามากมายมหาศาลเลย จะล้มบัลลังก์พระพุทธเจ้าให้ได้

ไอ้เราเวลานั่ง อารมณ์น่ะ บาปกรรมมันมาเยอะแยะเลย วิตก วิจาร ไฟก็ยังไม่ได้ปิด พรุ่งนี้จะไปทำงาน ในตู้เย็นก็ยังไม่มีอาหาร ข้าวก็จะหมด โอ๋ย! พญามารมันรุมเข้ามาเลย จะนั่งภาวนา แต่เวลาปกติมันไม่ได้คิดนะ พอเรานั่งลงจะหลับตานะ ไม่ได้ๆ นะ เดี๋ยวจะเป็นบ้า ไม่ได้ๆ นะ เดี๋ยวร่างกายจะพิการ ไม่ได้ๆ โอ๋ย! มันโหมเข้ามา พญามาร

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะตรัสรู้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กองทัพมาร ไปดูภาพวาดในโบสถ์ ไสช้าง กองทัพขึ้นมาจะทำลายทั้งนั้นน่ะ จะทำลายบัลลังก์การภาวนาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าชนะมาร พระพุทธรูปในพระพุทธศาสนา ในโบสถ์ทุกวัดจะเป็นปางชนะมาร สิ่งที่ชนะมารๆ มันเป็นการกระทำที่ถึงที่สุดแห่งทุกข์

เวลาจะฝึกหัดปฏิบัติ ไอ้เรากองทัพกิเลสในใจเรา เวลาเราจะเห็นโทษ เห็นไหม คนนั้นว่าอย่างนั้น คนนี้ว่าอย่างนี้

เรื่องของเขา ไอ้เราว่าตัวเรานี่แหละ

เขาคุยกัน เขาเจรจากัน ก็ไปกว้านมาว่าเขาว่าเรา เขาจะทำอะไรๆ ก็เขาว่าเรา

ใครจะไปว่าเอ็ง เขาไม่รู้จักเอ็งต่างหาก เขายังไม่รู้จักเอ็งเลย ไปว่าอะไรเอ็ง ไปกว้านมาหมดเลยว่าเขาว่าเรา เขาว่าเรา ทุกข์เจียนตาย

รูป รส กลิ่น เสียงเป็นบ่วงของมาร เป็นพวงดอกไม้แห่งมาร

คำพูดต่างๆ มันก็มีของมันอยู่ในโลกนี้อยู่แล้ว แล้วเราเป็นจริงอย่างที่เขาว่าหรือไม่ ถ้ามันเป็นจริงอย่างที่เขาว่านะ ถ้ามันผิดพลาด เออ! ดี เขาช่วยเตือนเรา ถ้ามันไม่จริงก็เรื่องของเขา

ไอ้นี่ไม่อย่างนั้นน่ะ เสียดแทงเข้าไปที่ใจไง เสียดแทงเข้าไป เสียดแทงเข้าไปไง

ในพระไตรปิฎก มันมีบุรุษอยู่ ๒ คน เขาไปด้วยกัน คนหนึ่งโดยคันธนูยิง พอยิงแล้ว เพื่อนเขา เขาบอกว่าเขาจะทิ้งเพื่อนเขาไว้ก่อน แล้วเขาจะไปหาคนยิง เขาจะไปแก้แค้นให้ เขาปล่อยให้เพื่อนเขาตายไง

แต่ถ้าคนที่เขาฉลาดไง เวลาคนโดนธนูยิง เราไม่ตามใครไปเลย เราจะถอนคันธนูจากอกเพื่อนของเรา ถอนออกแล้วรักษา

เหมือนกัน ได้ยินสิ่งใดมามันจะวิ่งไปหาเขา นี่เขาเรียกว่าส่งออก

ดูสิ ใจคนมหัศจรรย์ไหม เวลามันคิดออกไปข้างนอกมันคิดไปได้ไกล คนเคยไปยุโรป ลองคิดสิ มันไปกลับๆๆ ได้วันละกี่ร้อยรอบ เวลามันส่งออก พรวด! มันไปแล้ว เอ็งไม่ทันมันหรอก แล้วไปเอาอะไรมา ฟืนไฟมาสุมที่ใจตัว พอสุมแล้วก็จุดไฟขึ้น แล้วก็ทุกข์ร้อน

ถอนศรคันนั้นซะ ปากคน

นี่เหมือนกัน สังคมเป็นอย่างนั้นไง เรามีสติมีปัญญาขึ้นมา เรารักษาใจของเราได้ ถ้าเรารักษาหัวใจของเราได้นะ เวลาสิ่งที่อาหารของใจไง ฟังธรรมๆ เตือนสติ แล้วฝึกหัดสติให้มันแก่กล้า

เวลาคนแก่กล้านะ มีสติสัมปชัญญะนะ อะไรมันจะคิดขึ้นมา ตบหัวมันเลย ไร้สาระ แต่ถ้ามันจะคิดนะ คิดเพื่อประโยชน์ เพื่อคุณค่า

หลวงตาเวลาท่านเดินจงกรม ท่านบอกเลย กิ่งก้านของธรรม พิจารณาธรรมไง ตัวของมันคือตัวความโลภ ความโกรธ ความหลง ตัวรากแก้วของมันคืออวิชชา

เวลาเดินจงกรม ท่านเดินจงกรมแล้วท่านพิจารณากิ่ง พิจารณาก้าน ก็พิจารณาสิ่งกระทบไง จะช่วยเหลือใครดี คนนั้นเขาทุกข์ยากมากน้อยแค่ไหน

มันเป็นผลของวัฏฏะ สังสารวัฏ จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะมันจะพบประสบของมันไง ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เราถึงจะสร้างคุณงามความดีกัน ทำความดีเพื่อหัวใจของเรา คนอื่นไม่เกี่ยว

ฉะนั้น หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น หลวงตาพระมหาบัวภาวนาไม่ให้ใครเห็น ทำดีเพื่อเรา ถ้าภาวนาก็เพื่อหัวใจของเรา ถ้าเราจะแก้ไข เราก็จะถอนลูกศรในใจเรา มันเกี่ยวอะไรกับใครวะ ทำไมต้องให้คนอื่นมาช่วยด้วยวะ คนอื่นเขาอยู่สุขสบายเขา อยู่บ้านเอ็งนั่นน่ะ อย่ามายุ่ง

เราจะถอนศรคันธนูในใจของเรา ที่โคนไม้ ที่เรือนว่าง ที่ในที่สงบสงัด

แล้วคนนู้นก็จะช่วย คนนี้ก็จะช่วย เขาจะมาช่วยเหยียบศรให้มันทิ่มหนักเข้าไปไง ให้ศรมันจมเข้าไปในใจของตนไง เสียเวลา เสียโอกาสที่เราจะถอนลูกศรของเราไง

ถ้าจะถอนลูกศรของเราไง เดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนาเพื่อความปกติสุขในใจของตน เอวัง